โคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์
พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
โสฬสไตรยางค์ หมายถึง สุภาษิตที่จำแนกเนื้อความเป็น ๑๖ หมวด หมวดละ ๓ ข้อ สุภาษิตนี้ได้กล่าวถึงสิ่งต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนามธรรม แต่มีส่วนที่เป็นรูปธรรมอยู่ ๓ ประการ คือ มิตร บ้านและหนังสือ จัดสิ่งเหล่านี้เป็น ๑๖ หมวด หมวดละ ๓ สิ่ง แต่ละหมวดจะสอนในเชิงแนะนำหรือตักเตือนให้เราประพฤติปฏิบัติตนไปในทางที่ดี ดังนี้
ปราชญ์แสดงดำริด้วย ไตรยางค์
โสฬสหมดหมวดปาง ก่อนอ้าง
เป็นมาติกาทาง บัณฑิต แสวงเอย
หวังสวัสดิ์ขจัดทุกข์สร้าง สืบสร้องศุภผล
โสฬส = สิบหก, มาติกา = แม่, แม่บท
๑. สามสิ่งที่ควรรัก
ควรที่จะกล้าพูดความจริงเพื่อสร้างสรรค์ มีความสุภาพทางกาย วาจา ใจ มีความรักความหวังดีต่อผู้อื่นอย่างจริงใจ
๒. สามสิ่งที่ควรชม
อำนาจซึ่งเกิดจากปัญญาและความรอบรู้ เกียรติยศและการมีมารยาทดี
ศฤงคาร = ทรัพย์สมบัติ, เสี่ยมสาน = เสงี่ยมงาม
๓. สามสิ่งที่ควรเกลียด
ความดุร้าย ความหยิ่งกำเริบ และอกตัญญู
ห่อน = ไม่
๔. สามสิ่งที่ควรรังเกียจติเตียน
ชั่วเลวทราม มารยา ริษยา ใจชั่วปกปิดความคิดทุจริตเอาไว้และมีจิตริษยาผู้ดีกว่าตนเอง
หึงส์จิต = จิตริษยา
๕. สามสิ่งควรเคารพ
ศาสนาสอนให้ประพฤติปฏิบัติดี มีความยุติธรรม ให้กับผู้อื่นโดยไม่เลือกว่าเป็นผู้ใดและควรบำเพ็ญประโยชน์ให้คนทั่วไป
๖. สามสิ่งที่ควรยินดี
ความงามพร้อม พูดปากกับใจตรงกันและเป็นอิสระแก่ตัวในการที่จะทำอะไรในทางที่ชอบธรรม
โสภาค = งาม, ธัญลักษณ์ = ลักษณะงาม รูปร่างงาม
๗. สามสิ่งควรปรารถนา
สามสิ่งที่ควรหามาใส่ตน คือ ความสุขสบายปราศจากโรคภัยมาเบียดเบียน มีมิตรสหายที่ดีตายแทนเราได้ และจิตใจผ่องใส
๘. สามสิ่งที่ควรอ้อนวอนขอ
ความเชื่อถือ มีความสงบปราศจากสิ่งเศร้าหมองในจิตใจและจิตใจบริสุทธิ์
๙. สามสิ่งที่ควรนับถือ
ปัญญา ฉลาด มั่นคง ความรอบรู้ ฉลาดที่จะนำความรู้ไปใช้และจิตใจมั่นคงเชื่อถือได้
๑o. สามสิ่งที่ควรจะชอบ
ใจอารี สุจริต ใจดี มีความสนุกสนานและเบิกบาน
สุจริต = ดี ปฏิบัติในทางชอบ
๑๑. สามสิ่งที่ควรสงสัย
คำยกยอ รู้หน้าไม่รู้ใจ รักง่ายและกลับคำอย่างรวดเร็ว สามสิ่งนี้ควรตั้ง
ข้อสงสัยเอาไว้
๑๒. สามสิ่งที่ควรละ
เกียจคร้าน พูดเพ้อเจ้อไร้สาระ พูดหยอกล้อ พูดปด ใช้วาจาหยาบคาย
และแสลงหู
๑๓. สามสิ่งที่ควรกระทำให้มี
เสาะหาหนังสือดีดี เพื่อนดีดี ใจเย็นดี ไม่มีอคติเพราะโกรธ
กัลยาณ์มิตร = เพื่อนดี, โทสาคติ = อคติเนื่องมาจากความโกรธ
๑๔. สามสิ่งที่ควรจะหวงแหนฤๅต่อสู้เพื่อรักษา
ชื่อเสียงเกียรติยศ บ้านเกิดเมืองนอนของตนและมิตรสหายที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน
ผู้เบียน = คนที่มาเบียดเบียน
๑๕. สามสิ่งที่ควรครองไว้
อาการที่เกิดจากการที่ใจพาไป มักง่าย และเรื่องของการพูดจาใน
กิจการต่างๆ
๑๖. สามสิ่งที่ควรเตรียมเผื่อ
อนิจจัง ชรา มรณะ
คุณค่าที่ได้จากเรื่องสุภาษิตโสฬสไตรยางค์
๑. โครงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์มีข้อแนะนำเกี่ยวกับการประพฤติตนที่ครอบคลุมตั้งแต่ตัวเราเอง มิตรสหาย ชาติบ้านเมือง และสัจธรรมชีวิต
๒. มนุษย์เราควรเตรียมใจให้พร้อมกับการเปลี่ยมแปลงต่างๆ ที่เป็นสัจธรรมชีวิต
โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ
พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
- - - - - - - - - - - - - - -
ลักษณะการแต่ง โคลงสี่สุภาพเป็นโครงนำ ๑ บท
โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ หมายถึง โคลงสุภาษิตที่ผู้ประพฤติยังไม่เคยเสียใจ
กิจ ๑o ประการที่ผู้ประพฤติยังไม่เคยเสียใจ
บัณฑิตวินิจฉัยแล้ว แถลงสาร สอนเอย
ทศนฤทุมนาการ ชื่อชี้
เหตุผู้ประพฤติปาน ดังกล่าว นั้นนอ
โทมนัสเพราะกิจนี้ ห่อนได้เคยมี
ข้อความในตอนนี้ได้กล่าวว่า บรรดานักปราชญ์บัณฑิตผู้มีความรู้ได้พิจารณาแล้วว่าโคลง สุภาษิตนฤทุมนาการนี้เป็นกิจ ๑o ประการที่ผู้ประพฤติยังไม่เคยเสียใจดังชื่อ นฤ คือ ปราศจาก ทุมน = ทุ + มน ทุ แปลว่า ไม่ดี มน แปลว่า ใจ อาการ คือ สภาพกิริยา ( นฤ + ทุ + มน + อาการ )
๑. ทำความดีทั่วไป
ทำความดีโดยมิเลือกว่าเป็นใคร สร้างไมตรีกับผู้คนรอบข้างและช่วยเหลือเขาในทางที่ถูกต้อง จะทำให้ไร้ศัตรูที่จ้องทำลาย มีแต่ผู้คนสรรเสริญถ้าปฏิบัติดังนี้
๒. ไม่พูดทำร้ายต่อผู้ใด
เลี่ยงความโกรธ ริษยา พูดส่อเสียด ใส่ร้ายผู้อื่น กล่าวขู่อาฆาต นินทาและพูดให้ร้ายผู้อื่น
๓. ถามและฟังความก่อนตัดสิน
การได้ทราบเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ก็ตาม อย่าเพิ่งได้ตัดสินความลงไปทันทีทันใด ควรรับฟังหรือไต่ถามข้อมูลต่างๆ และนำมาพิจารณาให้ดี อย่าได้ตัดสินโดยการขาดการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนจากความที่ยังไม่ชัดเจนหรือมีข้อมูลเพียงพอ
๔. คิดก่อนพูด
ควรจะคิดก่อนที่จะพูดออกไป ควรคิดให้รอบคอบว่า สิ่งนั้นถูกหรือผิด ก่อนที่จะพูดออกไป คำพูดนั้นก็เปรียบเสมือนการเขียนที่ต้องมีการเรียบเรียงให้ดี พูดแล้วฟังดูไพเราะถูกหูจะทำให้ตนห่างภัยอันที่เกิดจากการพูด
๕. งดพูดในยามโกรธ
ควรที่จะสามารถห้ามตนเองมิให้พูดสิ่งในขณะที่กำลังโกรธแค้น ควรหยุดคิดพิจารณาให้ดีมากกว่าการแพ้ชนะ ถ้ากล่าวออกไปไม่ยับยั้งอาจทำให้เสียเรื่องได้
๖. กรุณาต่อผู้ที่ประสบความทุกข์
การมีความกรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ที่ทุกข์ร้อน ประสบภัยพิบัติ ช่วยบรรเทาความทุกข์ให้ผ่อนคลายลง ผลความดีดังกล่าวจะส่งผลไปในอนาคตนั่นคือ คนจะชื่นชม มีชื่อเสียงตลอดไปนับแต่ปัจจุบัน
๗. กล่าวขอโทษเมื่อทำผิด
เมื่อทำสิ่งใดผิดพลาดควรลดทิฐิมานะ กล่าวคำขอโทษเพื่อลดความบาหมางและแสดงความเคารพอ่อนน้อมถ่อมตน ดีกว่ากล่าวเท็จเพื่อแก้ตัว
๘. มีความอดทนอดกลั้น
ควรมีขันติเมื่อมีผู้มากลั่นแกล้ง ควรอดทนเอาไว้มิฉุนเฉียวโกรธแค้น จะทำให้เดือดร้อน การมีขันตินี้จะทำให้ผู้ประพฤติมีใจเย็นขึ้น
๙. ไม่ฟังเรื่องราวหรือเรื่องที่ผู้อื่นปั้นแต่งขึ้น
ไม่ฟังเรื่องราวหรือเรื่องที่ผู้อื่นปั้นแต่งขึ้นและพูดกันอยู่ในขณะนั้น เพราะอาจมีสิ่งที่เป็นข้อความเท็จและความจริง คำพูดเช่นนี้เหมือนของมีคมที่กรีดเถือผู้อื่นทั่วไป ถ้ามัวแต่รับฟังเขาจะทำให้คิดเพ้อเจ้อตามไปจิตใจไม่สงบ
๑o. อย่าหลงเชื่อข่าวร้าย
อย่าเชื่อข่าวลือหรือข่าวร้ายต่างๆจนกว่าจะสืบทราบว่าเป็นความจริงเท็จ
ประการใด อย่าตีตนไปก่อนไข้ ก่อนที่จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น
ข้อคิดที่ได้จากโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการมีดังนี้
๑. มนุษย์ควรรู้จักอดทนอดกลั้นและไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนพูดหรือทำสิ่งใด ดังคำกล่าว “ พาทีมีสติรั้ง รอคิด” ในยามโกรธให้ระงันวาจา ใช้ปัญญาไตร่ตรอง
๒. การพูดถึงสิ่งสำคัญควรงดการพูดคำหยาบ พูดส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นเพราะผลร้ายอาจจะกลับมาสู่ตัวเองได้
๓. ไม่ควรฟังคำเท็จหรือคำนินทา ไม่หลงเชื่อสิ่งง่ายๆ ควรพิจารณาก่อนตัดสินเรื่องใด
๔. เมื่อผจญกับคนที่มาเกะกะระรานให้อดกลั้น อย่าโต้ตอบและควรทำดีผูกไมตรีกันทุกคนโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ

